บทที่ 5 คนที่เริ่มเปลี่ยน
อีกด้านหนึ่งของสนาม
“เฮ้ย ไอ้มินทร์”
เตมินทร์ที่กำลังเดินคุยกับกลุ่มเพื่อนอยู่หันกลับมา
“อะไร?”
ปัณณ์เพื่อนสนิทของเตมินทร์พยักพเยิดไปทางด้านหน้า
“นั่นน้องชาหรือเปล่าวะ?”
คิ้วของเตมินทร์ขมวดเข้าหากันทันที
“ไหน?”
“นั่นไงๆ” เขาชี้ไปยังเด็กหญิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล “ที่มีไอ้หน้าตี๋ ยืนอยู่ข้างๆ สองคน อะ”
เตมินทร์มองตาม เห็นเด็กหนุ่มสองคนที่กำลังยืนอยู่ใกล้ทิชา
“แฟนน้องชาหรือวะ?”
“ชาไม่มีแฟน”
คำตอบหลุดออกจากปากเตมินทร์ทันที
ปัณณ์หันกลับมามองเพื่อน
“จริงดิ?”
สายตาของมันเลื่อนไปยังทิชาอีกครั้ง ก่อนจะพูดขึ้นอย่างสนใจ
“น้องสวยขนาดนั้น ยังไม่มีแฟนได้ไงวะ”
ปัณณ์เอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะมองไปยังหญิงสาวที่กำลังคุยอยู่กับเพื่อนอีกฝั่งของสนาม
เตมินทร์ไม่ได้ตอบอะไร ทว่าคำพูดนั้นกลับทำให้เขารู้สึกขัดหูอย่างประหลาด
“งั้นกูขอจีบน้องนะ”
“ไม่ได้”
คำตอบดังขึ้นทันทีจนคนพูดชะงัก
“หา?”
เตมินทร์หันไปมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าจริงจัง
“มึงห้ามยุ่งกับชา”
“อะไรของมึงเนี่ย ไอ้มินทร์”
ปัณณ์หัวเราะอย่างไม่เข้าใจ ก่อนจะยกคิ้วมองเพื่อนอย่างจับผิด
“ทำไมกูจีบไม่ได้วะ? กูไม่ดีตรงไหน หน้าก็หล่อพอๆ กับมึง แถมยังเรียนดีกว่ามึงอีก”
“ถุ้ย”
เตมินทร์แค่นหัวเราะ
“เรียนเก่งกว่ากับผีสิ มึงได้ที่สองนะไอ้ปัณณ์ ส่วนกูได้ที่หนึ่ง เผื่อมึงลืม”
“เออๆ นั่นแหละ” ปัณณ์โบกมืออย่างไม่ยี่หระ “คะแนนห่างกันแค่ศูนย์จุดหนึ่ง กูไม่นับว่าแพ้”
พูดจบก็หันมายิ้มกวน ๆ ให้เพื่อน
“นะ ๆ กูขอจีบน้องชานะ”
“ไม่ได้”
“ทำไม?”
“ก็บอกว่าไม่ได้ไง”
น้ำเสียงของเตมินทร์หนักแน่นขึ้นกว่าเดิม จนปัณณ์หรี่ตามองเขา
“มึงนี่แปลก ๆ นะ”
เตมินทร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีสายตาจับผิดนั้นเพื่อนยิ่งมองหน้าด้วยความสงสัย ก่อนจะยิ้มเจ้าเล่ห์
“หรือมึงหวง?”
“ไม่ได้หวง”
เตมินทร์ตอบเร็วเกินไปจนอีกฝ่ายหลุดหัวเราะ
“เอ้า งั้นแล้วทำไมกูจะจีบน้องไม่ได้?”
เตมินทร์ไม่ฟังต่อ เพราะยิ่งเพื่อนพูด เขาก็ยิ่งรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะเมื่อสายตาเหลือบกลับไปเห็นเด็กผู้ชายคนนั้นยังยืนอยู่ข้างทิชา
เขาไม่ชอบ…ไม่ชอบเลยสักนิด แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าเพราะอะไร
“ชา!” เสียงเรียกดังขึ้น
“พี่มินทร์?”
เตมินทร์เดินตรงเข้ามาหา ก่อนจะคว้าสายกระเป๋าของเธอไปถือไว้เองตามความเคยชิน
“ไป กลับบ้าน”
“เดี๋ยวสิคะ”
ทิชาหันไปมองคนที่ยืนคุยกับเธออยู่เมื่อครู่
“แต่ชา—”
“พี่บอกว่ากลับบ้าน” น้ำเสียงของมินทร์เรียบนิ่ง แต่กลับฟังดูเหมือนไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธ
ทิชากะพริบตาปริบ ๆ
“รู้แล้วๆ กลับก็กลับค่ะ”
ว่าแล้วเธอก็ถูกเด็กหนุ่ม พาตัวเดินออกไปอย่างงุนงง
ทิชาหันกลับไปมองด้านหลังอีกครั้ง เด็กหนุ่มสองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเองก็ดูงงไม่แพ้กัน
ส่วนปัณณ์ได้แต่ยืนมองภาพตรงหน้าด้วยสีหน้าไม่เข้าใจ จู่ๆ ก็ถูกเพื่อนทิ้งไว้หน้าโรงเรียนเฉย โดยไม่มีแม้แต่คำบอกลาเขามองตามแผ่นหลังของเตมินทร์ที่เดินห่างออกไปกับทิชา ก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความงุนงง
“อะไรของมันวะ ไอ้มินทร์...”
ระหว่างทางกลับบ้าน ทิชาเดินอยู่ข้าง ๆ เตมินทร์พลางหันมองเขาเป็นระยะ สุดท้ายก็อดถามไม่ได้
“เมื่อกี้พี่มินทร์เป็นอะไร?”
“เปล่า”
“งั้นแล้วทำไมต้องรีบลากชากลับด้วย?”
“ไม่ได้ลาก”
“ถ้าไม่ลากจะเลียกว่าอะไรล่ะค่ะ” เด็กหญิงทำหน้ามุ่ย “เมื่อกี้ชาแทบไม่ต้องออกแรงเดินด้วยซ้ำ”
เตมินทร์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้นมาเหมือนไม่ได้ใส่ใจนัก
“ต่อไปไม่ต้องมายืนรอพี่หน้าโรงเรียนแล้ว”
“อ้าว...ทำไมล่ะ?”
“ไปนั่งรอที่โต๊ะใต้ตึกแทน”
“ทำไม?”
“คนเยอะ”
“แล้วคนเยอะเกี่ยวอะไรกับชาด้วย?”
เตมินทร์เงียบ เขาเองก็ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
ภาพเด็กผู้ชายสองคนนั้นที่มายืนคุยกับทิชายังติดอยู่ในหัวไม่หาย แล้วยังมีไอ้เพื่อนตัวดีอีกคน ดันพูดว่าจะจีบชาเสียอย่างนั้นแค่คิดถึงประโยคนั้นขึ้นมา คิ้วของเตมินทร์ก็ขมวดเข้าหากันอีกครั้ง
เขาไม่ชอบที่มีคนมาจีบชา และยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่เมื่อคนคนนั้นเป็นเพื่อนสนิทของตัวเอง แต่จะให้ถามว่าเพราะอะไร เตมินทร์เองก็ยังหาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้
“ก็...พี่บอกให้ไปนั่งรอที่โต๊ะก็ไปเถอะ”
“พี่มินทร์นี่ชอบสั่งจริงๆ เลย”
ทิชาบ่นพึมพำ แต่สุดท้ายก็ไม่ได้เถียงต่อ
เตมินทร์เหลือบมองเธอเล็กน้อย ก่อนจะรีบหันกลับไปมองทางข้างหน้า
ไม่ได้เด็ดขาด…เขารู้เพียงแค่ว่า แค่คิดว่าจะมีใครเข้ามาจีบชา เขาก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
และตั้งแต่วันนั้น เตมินทร์จึงตัดสินใจเงียบ ๆ กับตัวเองว่า
ทิชาห้ามมีแฟน! ตราบใดที่เขายังไม่อนุญาต
ส่วนเหตุผลว่าทำไมถึงไม่อนุญาตนั้น...เตมินทร์เองก็ยังตอบตัวเองไม่ได้เหมือนกัน
